โครงการ : ศูนย์บริการและฝึกอบรมบ้านกึ่งวิถี โรงพยาบาลศรีนครินทร์
เจ้าของโครงการ: โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์เจริญก้าวหน้าไปมาก  ทำให้การรักษาพยาบาลมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลระยะเฉียบพลันได้รับการช่วยเหลือให้มีชีวิตรอดมากขึ้น และโรคระยะเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้สามารถช่วยให้มีชีวิตยาวนานขึ้น  จากแนวโน้มการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น  ทำให้เป็นประเด็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศ

เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นวัฏจักรของธรรมชาติ ทุกชีวิตในโลกนี้เกิดมาต้องตาย ไม่มีใครหลีกหนีพ้น หากแต่ในระยะสุดท้ายของผู้ป่วยต้องได้รับการดูแลเยียวยาและเตรียมความพร้อมให้ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถปรับตัว เผชิญกับภาวะใกล้ตายและความตายได้อย่างเหมาะสม โรงพยาบาลศรีนครินทร์เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิที่สนับสนุนการเรียนการสอน การวิจัย ในเขตภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยให้บริการผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีความยุ่งยากซับซ้อน เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคไต และพบว่ามีผู้ป่วยโรคเรื้อรังระยะสุดท้ายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในกลุ่มผู้ป่วยเด็กและผู้ใหญ่ จำเป็นต้องจัดระบบการดูแลระยะยาวที่มีความต่อเนื่องตั้งแต่ในโรงพยาบาลและเมื่อกลับอยู่ที่บ้าน โดยบูรณาการการให้บริการที่ดีที่สุดและใช้ทรัพยากรสนับสนุนอย่างคุ้มค่า ตลอดจนพัฒนาเครือข่ายการดูแลในและนอกโรงพยาบาล เพื่อการดูแลต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพแบบครบวงจร

โครงการศูนย์บริการบ้านกึ่งวิถีโรงพยาบาลศรีนครินทร์มีเป้าหมายเพื่อจัดระบบการดูแลผู้ป่วยต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยระยะสุดท้ายให้ครอบคลุมทุกด้าน ตั้งแต่ กาย สังคม จิตใจ จิตวิญญาณ สร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันและ/หรือองค์กรภาครัฐและเอกชน เช่น คณะแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ สถานบริการสุขภาพ เป็นต้น โดยคาดหวังว่าจะส่งผลให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายได้รับการดูแลที่อบอุ่นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีจากครอบครัว อีกทั้งเปิดโอกาสให้ผู้คนทุกคนทุกสายอาชีพได้ทำความดีสมัครเป็นจิตอาสาในการช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้ายในรูปแบบต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์ฝึกอบรมที่ครบวงจรที่มีห้องประชุมสัมนา ที่พักผู้เข้าอบรม

วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์บริการและฝึกอบรมบ้านกึ่งวิถี

การจัดตั้งศูนย์บริการและฝึกอบรมบ้านกึ่งวิถีมีวัตถุประสงค์ดังนี้

  1. เป็นศูนย์ให้การดูแลผู้ป่วยระยะท้ายอย่างครบวงจร โดยพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายจากระยะเปลี่ยนผ่านจากโรงพยาบาลไปสู่ชุมชนตามความต้องการของผู้ป่วยและครอบครัว เพื่อการดูแลต่อเนื่อง

  2. ให้การดูแลเยียวยารักษาแบบประคับประคับประคองที่เหมาะสมตามความต้องการของผู้ป่วยครอบคลุม กาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ โดยครอบครัวมีส่วนร่วมวางแผนและดำเนินการดูแลกับทีมสุขภาพ

  3. พัฒนาศักยภาพด้านการดูแลสุขภาพผู้ป่วยของผู้ดูแลให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้ด้วยตนเอง ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลให้สุขสบาย และผู้ดูแลมีความมั่นใจในการกลับไปดูแลที่บ้าน

  4. เป็นศูนย์ให้การดูแลในช่วงกลางวัน (Day care palliative service) เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยระยะท้ายสามารถร่วมกิจกรรมต่างๆที่ช่วยเยียวยาจิตใจ ใช้การรักษาทางเลือก (Complementary and Integrative Medicine) แก่ผู้ป่วยระยะท้าย กิจกรรมดังกล่าวได้แก่การนั่งสมาธิ การศึกษาธรรมมะ การฝึกการผ่อนคลาย การทำกิจกรรมต่างๆที่ช่วยให้ผู้ป่วยลดความวิตกกังวลและเพลิดเพลิน เช่น ศิลปะบำบัด การการฟังดนตรี การนวด การใช้สมุนไพร โดยผู้ป่วยที่มาร่วมกิจกรรมดังกล่าวอาจเป็นผู้ป่วยระยะท้ายที่ได้รับการดูแลที่บ้านกึ่งวิถี ผู้ป่วยที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำเภอเมืองขอนแก่นและครอบครัวสามารถมารับส่งได้ หรือเป็นผู้ป่วยระยะท้ายจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ที่สามารถมาร่วมกิจกรรมได้ในช่วงจัดกิจกรรม เช่นผู้ป่วยฉายแสง ผู้ป่วยที่มาให้ยาเคมีบำบัด โดยผู้ป่วยเหล่านี้ต้องไม่มีความต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดและสามารถช่วยเหลือตนเองได้ดี

  5. เป็นศูนย์ฝึกอบรมที่ครบวงจร โดยสามารถจัดการอบรมด้าน Palliative Medicine ทุกระดับ

  6. พัฒนาระบบจิตอาสา โดยเป็นแหล่งฝึกอบรมจิตอาสาและจัดระบบอาสาสมัครมาดูแลผู้ป่วย

  7. เป็นศูนย์ศึกษาวิจัยระบบการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายรูปแบบบ้านกึ่งวิถี และการศึกษาวิจัยด้าน Palliative Medicine  เพื่อตอบปัญหาสุขภาพของประเทศ

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. ระบบการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายอย่างต่อเนื่องจากโรงพยาบาลถึงชุมชน ซึ่งจะเป็นระบบที่เหมาะสมกับการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายของประเทศไทย

  2. ผู้ป่วยระยะท้ายได้รับการดูแลแบบประคับประคอง โดยการผสมผสานระหว่างการแพทย์สมัยใหม่และการแพทย์ทางเลือกแบบผสมผสานอย่างเป็นองค์รวม

  3. ผู้ป่วยและครอบครัวยอมรับต่อโรค มีคุณภาพชีวิตที่ดี ดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสมและผู้ดูแลได้รับการพัฒนาศักยภาพให้สามารถดูแลผู้ป่วยให้สุขสบายด้วยตนเองได้อย่างมั่นใจ

  4. สามารถ ลดค่าใช้จ่ายทั้งส่วนของผู้ป่วยและโรงพยาบาล จากการงดเว้นการรักษาที่ไม่ก่อเกิดประโยชน์

  5. พัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ในทุกระดับให้สามารถจัดบริการการดูแลแบบ palliative care ที่มีประสิทธิภาพ

  6. เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างคณะต่างๆ และหน่วยงานทั้งในและนอกมหาวิทยาลัยขอนแก่น ทั้งในระดับบุคลากรและระดับนักศึกษา

  7. เกิดแหล่งเรียนรู้การแพทย์หัวใจเป็นมนุษย์แก่นักศึกษาสาขาสุขภาพและสาขาสังคมศาสตร์

  8. เกิดเครือข่ายจิตอาสาในการดูแลผู้ป่วย

  9. เกิดองค์ความรู้ที่ช่วยในการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายของประเทศไทยจากการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ

กลุ่มเป้าหมาย

ผู้ป่วยและผู้ดูแลกลุ่มผู้ป่วยระยะท้าย  ประกอบด้วย  โรคมะเร็ง และโรคระบบต่างๆ ที่แพทย์ให้การวินิจฉัยให้ยุติการรักษาและเปลี่ยนแผนการรักษาเป็นแบบประคับประคอง โดยโรคไม่สามารถรักษาให้หายขาด และโดยความสมัครใจของผู้ป่วยและครอบครัว โดยให้เบิกจ่ายค่ารักษาตามระบบการประกันสุขภาพ

บุคลากรทางสาธารณสุขทุกระดับที่ต้องการพัฒนาศักยภาพด้านการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

นักศึกษาแพทย์และแพทย์ประจำบ้าน/แพทย์ใช้ทุน รวมถึงนักศึกษาสาขาอื่นๆ ที่ต้องการฝึกปฏิบัติงานด้าน Palliative care และเรียนรู้การแพทย์หัวใจเป็นมนุษย์

ทีมสหสาขาที่ให้การดุแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

ประชาชนที่ต้องการเป็นจิตอาสา

วิธีการดำเนินการ:

  1. สถานที่ เป็นสถานที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติริมน้ำชีและอยู่ในชุมชน ให้ผู้ป่วยและครอบครัวมีความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน พื้นที่ขนาด 10 ไร่มีต้นไม้ร่มรื่น สามารถรับผู้ป่วยและครอบครัวได้ 20 ราย อยู่ภายในตัวเมืองขอนแก่น มีความปลอดภัย เป็นสัดส่วนและเดินทางสะดวก ห่างจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ 15 กม.

  2. บุคลากร

บุคลากรทีมสุขภาพจากคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น

บุคลากรจากคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น เช่น

คณะพยาบาลศาสตร์ มาดูแล/อบรม การพยาบาลผู้ป่วย
คณะเภสัชศาสตร์ มาดูแล/อบรม การใช้ยาแก้ปวด การใช้สมุนไพร การแพทย์ทางเลือก
คณะเทคนิคการแพทย์ ดูแลเรื่อง/อบรม การเสริมสมรรถนะและการทำกายภาพบำบัด
คณะอื่นๆ เช่นสังคมศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์และอื่นๆ

บุคลากรจากองค์กรอื่นที่มาทำกิจกรรมจิตอาสา

บุคลากรที่มาเยียวยาด้านจิตวิญญาณ เช่นพระ นักบวช

งบประมาณก่อสร้าง 60 ล้านบาท จากกองทุนวันศรีนครินทร์และเงินบริจาค

ระยะเวลาดำเนินการ  เริ่มการก่อสร้างในปีพศ. 2556 และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปีพศ.2557